2005/Oct/24

เขียนฟิกให้ฝนจบแล้วจริง ๆ นะ คราวนี้ จบแล้ว

แก้ไขจนคิดว่าตัวเองพอใจนั่นแหละ เจ้าฝนต่อให้คราวนี้ไม่พอใจก็ไม่แก้แล้ว เพราะว่าหมดอ้ะ 55+ไม่รู้จะเขียนอะไรอีก

แล้วก็มานั่งนึก ตูจะเอาฟิกเรื่องนี้ไปลงบอร์ดไหนดีฟร่ะ? อยากให้คนที่ชอบคู่นี้อ่านเท่านั้น นั่งตัดสินใจนานมาก จนตอนนี้ก็ยังไม่มีมติในหัวตัวเอง ฟิก มารุ - เมะ เรื่องแรกที่เขียน ทำไงดีฟร่า แถมที่สำคัญฝนตั้งชื่อเรื่องให้แล้วแต่จำไม่ได้ กรรมมาก ๆ อย่างนี้จะมีชื่อเรื่องมั้ยล่ะ

เฮ๊อออ.......ขอบ่นนิดนึง

ช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมเต็มที ฟิกที่ดอง ๆ ของเค้าไว้กันก็ไม่ยอมเขียน แห้งแล้งช่วงนี้สมองแห้งแล้ง อยากหาอะไรมากระตุ้นความอยากเอามาก ๆ จิน - พี ช่วยด้วยทำอะไรก็ได้ช่วยหน่อย เพราะว่าตอนนี้แหม่ง มีแต่ พี- เมะ , เมะ - พี อยู่ในหัวอย่างเดียวเลย แล้วอย่างนี้จะเสร็จมั้ยหนอ ชีวิต

อีกเรื่องที่ต้องคิด แต่ดูจะไร้สาระไปหน่อย เข็มกลัด V6 ที่ได้มาจะติดอันไหนดีนะ ซิงเกิ้ลนี้ทำแสบตามาก ๆ เพราะว่าสีมส้มสมชื่อมาเชียว ภาพด้านในทำเอาหัวใจกระตุก พระเจ้า โอกาดะหล่อมาก ๆ ทำไมเป็นอย่างนี้เนี่ย คุณคะ จะมีวันไหนที่คุณจะออกไปจากหัวใจฉันม่างเนี่ย (โอ๊วเสี่ยว) เอาฟร่ะ คนมีความรัก เอาสีชมพูแระกัน ไม่กล้าติดทุกอันกลัวทำตกหาย ได้ชีช้ำร้องไห้แน่ ๆ เลย

ตกลงไว้บอร์ดไหนดีฟร๊า..........ยังคิดไม่ตก........

ฝากซักนิดค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ที่หลายคนแวะมาอ่านอะไรไร้สาระแบบนี้

ขอบคุณ serene มาก ๆ ถ้าเข้ามาอ่านอีกล่ะก็.......ขอบคุณที่มาเมนต์ฟิกให้นะคะ....อ้อ ที่เคยเมนต์ฟิก sereneไป อย่าถือโกรธกันค่ะ ตามอารมณ์ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ

ขอบคุณพี่สาวที่โทรมาคุยจนเกือบเช้า

และขอบคุณมากฝน.........ที่ทำให้พี่เขียนฟิก คู่นี้ออกมาจนได้

(จบดีกว่า รู้สึกจะบ้ามากไปแล้วล่ะ)

ภาพเจ้าปัญหาที่ทำให้สมองนิ่งเป็นแช่แป้ง..........อั้ก กระอักเว๊ย (หาที่มาไม่ได้แต่ pook ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ค่ะ)

ตกลงตัดสินใจได้แล้ว ลงมันทีนี่ล่ะ ตามลิงค์ไปโลดนะคะ..........อ้อ ฝนพี่จำชื่อเรื่องที่แกตั้งให้ไมได้ เลยตั้งเอง ไร้มาก ๆ ขอบอก 55+

http://www.invisionplus.net/forums/index.php?mforum=bluesky&act=ST&f=3&t=464

ที่นี่ล่ะ แก้ไขเรียบร้อยแน่ใจแล้ว


edit @ 2005/10/24 23:35:16

2005/Oct/23

อยากอัพบล๊อกเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง

งั้นเริ่มต้นด้วยเรื่องแก้ไขฟิกวันเกิดฝนแล้วกัน...เจ้าตัวติติง มา แบบไหน เราก็จะจัดให้แบบนั้นล่ะ ตอนนี้กำลังนั่งแก้อยู่ถ้าไม่มีคนบางคนหาเรื่องเอามาให้คิดอีก...ขอให้ผ่านเรื่องตรงนี้ไปเสียให้ได้ก่อน มารุ เมะ จะลั๊ลล๊าแล้วก็พอดิบพอดีได้อวดสายตาคนอื่น ๆ แน่ ๆ

ว่าด้วยเรื่องซิงเกิ้ลสามี แบบว่าไม่ไหวแล้ว

แต่ละรูปที่ได้มา โอ๊ยหัวใจจะวาย แบบว่าน่ารักจนไม่ไหวแล้ว คิดถูกแล้วที่วางหัวใจเอาไว้กับคน ๆ นี้ (เสี่ยวมะ?) จะรักตลอดไปเลย ไม่ได้อย่างนี้ไม่แต่งมันล่ะ โสดตลอดชีวิตก็ยอม

ซิงเกิ้ล น้องพี เจ้าเต่า

เมื่อวานกรี๊ดกร๊าดจนเสียงแหบเพราะว่าได้ดูแล้ว แต่พอมานอนนึกนั่งนึก เริ่มหมั่นไส้เต่ามันนิดหน่อย คนอื่นเค้ายังไม่มีซิงเกิ้ลกันเลย แกเป็นใครวะ แต่ว่าเอาเหอะ ยอมรับ ปล่อยไป ทำได้ "ก็ผมจะดัง" ก็ทำไป....ส่วนมะพี น้องรักของเพื่อนรัก โหย ไม่อยากจะเว้า ได้ใจไปตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ปากก็ย้ำว่าไม่ ว่าไม่ ไม่เอานะ มะพี เอาไว้ก่อน แต่ตอนนี้เป็นไงล่ะ โหย แอบย่องมาเปิดประตูหัวใจเค้าได้ (เสี่ยวอีกแล้ว) ตอนนี้หลงหนัก แต่ละรูปแต่ละร่าง เอาไปเลย ให้ทั้งใจเลยอ้ะ (หัวใจที่มีจุนอิจิอัดแน่น พีต้องการมั้ยน๊า)

สงสัยจะหมดเรื่อง

แถมท้ายด้วยรูปที่แบบว่าตอนนี้หลงมาก

เจ้าจี้ รูปใน อี เทาเวอร์ ฆ่ากันเลยดีมั้ย พระเจ้า นายเนี่ยสุดยอดมาก ๆ อ้ะ


edit @ 2005/10/23 20:26:04

2005/Oct/23

จัดมาให้แบบเต็ม ๆ ล่ะนะ อ่านซ๊ะ

ลืมชื่ออีกตามเคย แฮ่ะ ๆ ช้าไปหน่อย แต่ก็ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะฝนนะ

คาเมะนาชิ คาซึยะ

ถ้าผมจะมีคนรักก็ต้องเป็นคุณเท่านั้นครับ

ที่ผมเอาแต่ใจ ก็เพราะเป็นคุณอีกเหมือนกัน

และที่ผมจะรักตลอดไป ก็คือคุณ....นากามารุ ยูอิจิ

ขายาว ๆ ที่กำลังจะก้าวออกจากห้องชะงักเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเรียกรั้งเอาไว้ของบรรดาผองเพื่อนที่ยังนั่งกันให้เกลื่อนห้อง

จะกลับแล้วเหรอวะ ยูอิจิ ไม่อยู่ด้วยกันก่อนเล่า??จินเอ่ยถามขึ้น พร้อม ๆ กับเพื่อนอีกหลาย ๆ คนที่พากันส่งเสียงช่วยรั้งเอาไว้อีกแรง

อืม กลับล่ะ ดึกแล้วนี่ยูอิจิตอบกลับไป ขณะที่ใส่รองเท้า จินเดินเข้ามาใกล้ก่อนนั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ

ดึก???เพิ่ง 2 ทุ่ม นายบอกว่าดึก ชั้นว่าจะนายต้องไปรับเจ้าเด็กแก่แดดคนนั้นมากกว่าใช่มะ??ถามจริงเหอะไม่เห็นจะต้องไปห่วงมากมายเลยนะ โต ๆ กันแล้ว แถมเป็นเด็กผู้ชายอีกด้วย จะต้องกังวลคอยไปโอ๋อะไรมากขนาดนั้นวะ??

ไม่ได้โอ๋ซะหน่อย ไม่ได้เอาใจด้วย ชั้นเต็มใจทำนะ อีกอย่าง คาซึยะ ก็เหมือนน้องชายชั้น เรื่องแค่นี้สบายมากยูอิจิบอกออกมายิ้ม ๆ พร้อมกับลุกขึ้นเมื่อใส่รองเท้าเสร็จเรียบร้อย

ไปก่อนนะ เจอกันยูอิจิโบกมือให้ ก่อนหันกลับมาเปิดประตู แต่ว่าก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าเป็นใครที่ยืนอยู่

คาซึยะยูอิจิร้องเรียกเบา ๆ เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่นั้นคือใคร เด็กหนุ่มหน้าใส ผมยาวประบ่า ยืนถือกระเป๋าสะพายไขว้ไปข้างหลังอยู่ตรงนั้น มือล้วงกระเป๋าเอาไว้เสียข้าง ยิ้มเยือนให้ยูอิจิเหมือนเดิม แต่กลับทำท่าทางกวน ๆ แถมยังส่งสายท้าทายหาเรื่องมาให้จิน ที่ยืนอยู่ข้างหลังเสียด้วย

ผมเห็นว่ามารุยังไม่ไปที่สอนพิเศษก็เลยมาหาที่นี่..........จะกลับหรือยังครับ??คำบอกเล่านั้นทำให้ยูอิจิขมวดคิ้ว เป็นจริงอย่างที่พูดออกมาอย่างนั้นเหรอ แต่ว่าก็ยังไม่อยากไต่ถามอะไร.......ส่วนคาซึยะแม้แต่ขณะที่พูดกับยูอิจิ สายตาก็ยังไม่วายหาเรื่องคนที่ยืนข้างหลัง

อืม กำลังจะไปรับ วันนี้พี่สายเหรอเนี่ย??ไม่นี่ยูอิจิ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาเพื่อความแน่ใจ มันเพิ่งจะได้เวลาเลิกเองนะ

อาจารย์เค้าไม่สบาย ผมก็เลยเรียนแค่วิชาเดียวคาซึยะตอบ.....ขาก้าวเข้ามาใกล้ ๆ เจตนาเดินเข้ามาขวาง.....แถมยังเอามือที่ว่าง มาคล้องแขนยูอิจิเอาไว้เสียด้วย

ผมอยากกลับบ้านแล้วครับส่งเสียงบอกออกไป แถมยังทำหน้าออดอ้อนอยากกลับเสียเต็มประดา ยูอิจิยิ้มให้อ่อนโยนแล้วค่อยหันมาหาจินอีกครั้ง ก่อนเอ่ยลาเบา ๆ

ไปนะจิน เจอกันก้าวออกมาพร้อม ๆ กันจากตรงนั้น เกือบจะพ้นประตูอยู่แล้วที่จินเหลือบเห็นสายตาเจ้าเด็กนั่น เหมือนจะบอกว่าเอาชนะเค้าได้ ไม่ว่ายังไงยูอิจิก็ต้องเลือกชั้น

พ้นจากที่ตรงนั้นมาได้ไม่เท่าไร คาซึยะก็ปล่อยแขนที่ตัวเองเป็นคนเอื้อมเข้าไปกอดเอาไว้ออก เดินเอามือล้วงกระเป๋านำหน้าไปเฉย ๆ แถมยังเงียบเสียจนคนที่เดินมาด้วยเริ่มแปลกใจ วันนี้แปลกไปนะ

มารุน่ะ เต็มใจไปรับผมหรือเปล่า?หลังจากเงียบไปนาน ตลอดเวลาที่อยู่ในรถ.....เจ้าตัวดีก็ถามคำถามขึ้นมายูอิจิเลิกคิ้วสูง........แปลก...วันนี้ถามแปลก ๆ นะ

เต็มใจซิ ถามอะไรแบบนั้นล่ะคาซึยะ??หันมามองด้วยความแปลกใจ อีกคนจึงหันมามองหน้ากันตรง ๆ

ก็ถามดูน่ะครับ.....ผมแค่ถามดูเหมือนจะบอกกับตัวเอง แต่ถ้าวันไหนมารุไม่ว่าง ไม่ต้องไปรับผมก็ได้นะครับ ผมกลับเองได้...ผมโตแล้ว วันนี้ก็ยังมาหามารุที่นี่ได้เองอีกด้วยบอกออกมาเรียบ ๆ

หืม??? แปลก ๆ นะ วันนี้งอแงไม่ถูกใจอะไรมาหรือเปล่า?? อย่าคิดมากซิ พี่เต็มใจแค่ไปรับที่โรงเรียนเองนะว่าแต่แน่ใจนะว่าวันนี้อาจารย์เค้าไม่สอนจริง ๆ น่ะยีที่ผมนุ่ม ๆ นั้นเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นคนที่ถามกลับบ้าง........และคำตอบที่ได้กับท่าทางที่เห็นทำให้ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร

จริงครับอาการหลบตาไม่ยอมแม้แต่จะสบด้วย แกล้งหันเหมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเนี่ย แน่ใจนะว่าที่บอกมาเป็นความจริง.........แต่ถ้าจะไปคาดคั้นถึงตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ก็จะถึงบ้านอยู่แล้วนี่

อืมนะ.......เอาล่ะถึงบ้านแล้ว.......เดี๋ยวนะพี่จะเดินไปส่งยูอิจิจอดรถเรียบร้อยที่บ้านของตัวเอง ก่อนเดินเคียงกันไปเป็นเพื่อนยังบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านข้างกัน

คืนนี้ฝันดีล่ะ........แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะลูบเบา ๆ ลงที่ผมนุ่มนั้นอย่างเอ็นดู

ครับตอบรับออกมาเบา ๆ ยืนรอจนอีกคนเข้าบ้านตัวเองไปเรียบร้อยถึงได้ค่อยก้าวเข้าบ้านของตัวเองบ้าง ร่องรอยอุ่น ๆ ที่แปะมาเมื่อครู่ยังรู้สึกได้อยู่เลย รู้สึกดีขนาดไหนเวลาที่ทำแบบนี้.........แต่คำพูดที่ได้ยินวันนี้ทำเอาน้ำตาแทบปริ่ม ตอกย้ำจนมันเจ็บชาไปหมดแล้ว.........รู้ว่าเป็นแค่น้องชาย แต่ก็ไม่อยากเป็นแค่นั้น.......แต่จะทำไงได้ ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ซักนิดเดียว.........ผมจะยิ้มอย่างนี้ได้ไปอีกนานแค่ไหนกัน??ผมกลัวจัง กลัว..........

/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/

ยูอิจิก้าวลงจากรถตรงเวลาเช่นทุกวันที่มารับคาซึยะ วันนี้พวกเพื่อน ๆ ไม่ได้ชวนไปเฮฮาที่ไหน เลิกจากงานที่มหาวิทยาลัยก็กลับกันเลย แม้จะโดนเพื่อน ๆ แซวว่าทำตัวเป็นพ่อคนทั้งที่ยังไม่แก่แต่ยูอิจิก็ได้แต่หัวเราะเท่านั้น จะมีก็แต่จินที่มักจะพูดด้วยประโยคเดิม ๆ

ติดอยู่กับเจ้าเด็กนั่น ระวังจะไม่มีเวลาไปมองหาใครหรอก

ไม่เห็นเป็นไรนี่นะ อายุเพิ่งจะแค่นี้เอง แถมเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ๆ คาซึยะก็มีความสุขดี บรรยากาศสบาย ๆ แล้วก็อบอุ่นในใจแบบนั้นน่ะ ไม่เห็นจะต้องไปขวนขวายหาอะไรจากใครที่ไหนเลย ทุกทีที่คาซึยะเข้ามากอดแน่น ๆ แค่เท่านั้นก็รู้สึกดีสบายใจมากมายแล้ว...อยากมีน้องชายแบบนี้บ้างจังน๊า ไม่น่าเกิดเป็นลูกคนเดียวเล๊ย

สวัสดีครับนากามารุซังเสียงใส ๆ ที่ดังขึ้นทำให้ยูอิจิหันไปมอง เพื่อนที่ห้องของคาซึยะนี่นะ เดินเข้ามาหาเค้าด้วยรอยยิ้มแจ่มใสเสียด้วย

หวัดดียามะพี คาซึยะล่ะ ยังไม่ออกมาอีกเหรอ?ทักทายกลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน สายตามองหาคนที่ต้องการพบและถามหากับคนที่เดินยิ้มเข้ามาใกล้

เอ๋???..........คาเมะน่ะ ไม่ได้มานะครับวันนี้ ผมโทรไปหาแล้วเห็นคุณป้าบอกว่าไม่สบายนี่ครับยามะพีบอกออกมา แปลกใจเหมือนกันที่พี่ชายข้างบ้านอย่างนากามารุไม่รู้

หืม????เอ?ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย ถ้าไม่สบายทำไมเมื่อเช้านี้ไม่มีใครบอกล่ะ นามิเอะซังคุณแม่ของคาซึยะก็ไม่ได้มาบอกเค้านี่ว่าไม่ต้องมารับวันนี้

อย่างนั้นเหรอเนี่ย อืม ว่าแต่ยามะพีจะกลับหรือยัง พี่ไปส่งมั๊ย?ยูอิจิอาสา แต่ได้คำตอบเป็นการส่ายหน้าไปมาของอีกฝ่าย พร้อมกับนิ้วเรียวสวยที่ชี้ไปอีกด้าน มีหนุ่มหล่อหน้าตาดียืนรออยู่

ผมนัดกับเพื่อนแล้วครับ......ถ้าอย่างนั้นผมฝากเยี่ยมไข้คาเมะด้วยนะครับนากามารุซัง.ผมไปนะครับโบกมือให้ก่อนค่อยก้าว ๆ ยาว ๆ เข้าไปหาคนที่ยืนรอ เจ้าหนุ่มหน้าตาดี สูงเท่ห์ ผิวสีแทนคนนั้นยิ้มกว้างขวางทันทีที่เห็นว่าคนที่ยืนรอเดินเข้ามาใกล้........ยามะพีเดินควงแขนหายไปกับเพื่อนแล้ว แต่ยูอิจิยังยืนอยู่ที่เดิม ตรงนั้น

เป็นอะไรไปมากหรือเปล่าน๊า??

/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/

ขายาวก้าวตรงไปยังบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ทันทีที่ลงจากรถ เคาะประตูหน้าบ้านเสียสองครั้งเป็นเชิงขออนุญาตก่อนนำตัวเองเข้ามายังด้านใน..........นามิเอะซังหันมาเห็นพอดีที่เขาเดินเลยเข้ามาถึงห้องอาหาร

อ้าว มารุคุง เข้ามาก่อนจ้ะ มา เดี๋ยวน้าจัดของว่างให้ทั้งที่มือยังกุลีกุจอกับการเตรียมอาหารแท้ ๆ ยูอิจิรีบปฏิเสธทันที ไม่อยากให้ลำบาก

ผมแค่มาเยี่ยมคาซึยะครับ ไม่สบายหรือครับ?

อ๋อ คงเป็นอย่างนั้นน่ะจ้ะ เห็นเดินกลับบ้านมาหน้าหงอยเชียว บ่นว่าปวดหัวด้วยก็เลยบอกว่าไม่ต้องไปเรียนพิเศษน่ะ โทษทีนะจ๊ะที่ไม่ได้โทรบอกน่ะ น้ามัวแต่ยุ่ง ๆ มารุคุงไปรับคาซึยะมาหรือเปล่าจ๊ะเนี่ย??

ครับ แต่ไม่เป็นไรนะครับ นามิเอะซังผมขอขึ้นไปเยี่ยมคาซึยะนะครับเอ่ยขอก่อนได้คำอนุญาตตามมา ขายาว ๆ ก้าวไปตามบันไดที่ทอดตัวลงมานั้น เรื่อยไปจนถึงหน้าห้องที่มีป้ายด้านหน้าติดเอาไว้ว่า ห้องเต่า

มองเข้าไปด้านใน เห็นคนป่วยนอนเหม่ออยู่บนเตียงหวายบุนวม หันหน้าออกไปมองด้านระเบียง ไม่รับรู้ว่ามีใครเข้ามาในห้อง นามิเอะซังบอกว่าหงอย ๆ ดูท่าว่าจะไม่ใช่แค่หงอยล่ะมั๊งนะ เหงาด้วยหรือเปล่าตอนนี้

ว่าไง เป็นไข้หรือเปล่า หรือว่าปวดหัวมากกว่ายูอิจินั่งลงข้าง ๆ ลูบเบา ๆ เป็นการวัดไข้ที่หน้าผากเนียนสวยนั้น คาซึยะหันหน้ามามองแค่เพียงแวบเดียวก่อนเอนสายตาหันกลับไปสนใจมองด้านนอกต่อ

เปล่าหรอกครับ ไม่มีไข้ ผมแค่ปวดหัว

ท่าทางห่างเหินที่รู้สึกได้ ทำให้ยูอิจิต้องวางมือไว้ที่อกตัวเอง..........ทำไมมันเต้นช้าแล้วก็รู้สึกปวดปร่าแปลก ๆ

ยามะพีฝากมาเยี่ยมด้วยนะ รีบ ๆ หายล่ะคาซึยะเพื่อนจะได้ไม่เป็นห่วงแม้จะรู้สึกแปลก ๆ อย่างนั้น แต่ก็ยังพูดเรื่องสนุก ๆ ล้อเล่นออกไป........คาซึยะหันมาหาอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ยูอิจิเข้าไปช่วยประคอง แต่แขนเล็กนั้นกลับดันเอาไว้ ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ

ผมสบายดีครับ มารุ ไม่ต้องช่วยผมหรอกเดินไปนอนที่เตียงเอง ยกผ้าห่มขึ้นมาห่อเสียมิดไปหมด

ผมอยากแล้วพักครับ ผมปวดหัวบอกออกมาอย่างนั้นแล้วก็ค่อยหลับตานิ่ง ยูอิจิมองนิ่ง ย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนลูบเบา ๆ ที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง

งั้นพี่ไปนะ......พักมาก ๆ ล่ะจะได้หายไว ๆ นะเดินออกจากห้องนั้นไปเงียบ ๆ แม้จะหันมามองอีกหลายครั้งก่อนตัดสินใจก้าวออกจากห้องก็ตาม......คนที่หลับตาอยู่เมื่อครู่ ค่อยลืมขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู...คนที่บอกว่าเป็นพี่ชายก้าวออกจากห้องนี้ไปแล้ว แค่ปานไม้กางกั้น แค่นี้เอง แต่ทำไมเหมือนห่างไกลนัก ผมทำอย่างนี้ดีแล้วใช่มั๊ยครับ ดีแล้วล่ะ

/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/

ยูจัง!!!~ นี่!!!~ ยูจัง!!!~เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างตัวทำให้ยูอิจิหันมา หลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง รุ่นพี่สึบาสะยืนทำหน้างงอยู่ข้าง ๆ ก็เรียกตั้งหลายครั้งสะกิดก็หลายหน แต่ทำไมไม่รู้สึกตัวก็ไม่รู้นี่นา

ครับ!!!~ สึบาสะ หันมาสนใจกันจนได้นะ นึกว่าจะต้องเอาน้ำมาสาดเสียแล้วเนี่ย

เป็นอะไรไป เห็นนั่งนิ่งมองไปไหนตั้งนานแล้ว เหม่อเหมือนไม่ใช่ตัวเองเลยนะยูจัง มีเรื่องอะไรไม่สบายหรือเปล่า??สึบาสะถามอย่างเป็นห่วง ก่อนนั่งลงข้าง ๆ

ผมมีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยครับยูอิจิบอกออกมา สีหน้าสีตายังครุ่นคิดเหมือนเดิม

ไม่หน่อยมั๊งแบบนี้น่ะ นายทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้เลยนะ มีอะไรหรือเปล่า?สึบาสะทำหน้าไม่เชื่อ ก็ดูอาการซิน่าเชื่อที่ไหนกัน

มันกลุ้มใจเรื่องเด็กข้างบ้านน่ะ สึจัง อย่าห่วงมากนักเลยจินที่เดินมาจากไหนไม่รู้ เข้ามาบอกเสียเสียงดัง แถมยังนั่งกระแทกกระทั้นลงข้าง ๆ เสียด้วย

หืม??เด็กข้างบ้าน?ใครเหรอ?สึบาสะถามอย่างสงสัย ยูอิจิทำท่าจะห้ามไม่ให้จินพูดเพราะว่าดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องไร้สาระที่สึบาสะไม่น่าจะต้องมาสนใจแท้ ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะห้ามไม่ได้เสียแล้ว

ก็เจ้าเด็กจอมจองหอง ตาตี่แต่ยียวนชอบหาเรื่องน่ะซิ สงสัยจะทะเลาะกันมาหรือไงก็ไม่รู้ เห็นนั่งเป็นบื้อมาสองวันแล้ว ผมว่านะ สึจังลองสั่งสอนเจ้านี่หน่อยก็ดี จะสนใจอะไรนักหนากับเด็กคนเดียวจนพูดออกมาเสียมากมาย สึบาสะฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สนใจคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นี่มากกว่า

ดูท่ายูจังจะสนใจเจ้าหนูคนนี้มากนี่นะ กลุ้มใจเรื่องอะไรบอกกันมาก็ได้นะ เผื่อจะช่วยได้น่ะสึบาสะอาสา

ไม่มีอะไรมากหรอกครับสึจึง ผมก็แค่ไม่เข้าใจอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง เพราะว่าคาซึยะดูแปลกไปจากแต่ก่อน.......ผมมานั่งหาเหตุผลแต่ว่ามันก็หาไม่เจอ ก็เท่านั้นแหละครับยูอิจิบอกออกมา

ไม่ใช่แค่เท่านั้นล่ะมั๊งยูจัง ถ้าเค้าไม่สำคัญกับจิตใจเรามากขนาดนั้น ทำไมต้องมานั่งทำหน้าแบบนี้ด้วย ว่าแต่ไม่เข้าใจอะไรน่ะ.....ลองเล่ามาก็ได้นะ

ก็........คาซึยะทำท่าทางห่างเหินจากผมนี่ครับ ปกติติดผมจะแย่ มีอะไรก็ผมตลอด

ถามจริง!!!~ ไอ้เด็กนั่นน่ะนะ ไม่สนใจนาย บ้าหรือเปล่ามารุ!!!~ เด็กนั่นน่ะหวงนายยังกะอะไรดี เจอหน้าชั้นทีไร ก็ดีแต่จะแง่ง ๆ ใส่ กัดได้คงกัดไปแล้วล่ะ เวลาชั้นรั้งนายเอาไว้ไม่ให้กลับบ้านน่ะอุย!!!~ ตีผมทำไมเนี่ยสึจังจินเถียงออกมาทันที จนสึบาสะตกใจหันมาตีผั้วะเข้าให้

ก็นายน่ะ เสียงดัง ชั้นฟังยูจังเค้าอยู่นะ โพล่งออกมาได้สึบาสะบ่นออกมา จินเลยหุบปากเงียบกริบคราวนี้

เรื่องเด็กคนนั้นที่จินบอกมา ยูจังน่ะให้ความสำคัญกับเค้ามากขนาดไหนล่ะ?สึบาสะถาม ถ้าเป็นแค่น้องชายข้างบ้านก็ไม่น่าจะมานั่งกลุ้มคิดไม่ตกแบบนี้นี่นะ

...................................สำคัญนะ คาซึยะน่ะสำคัญมาก แต่ว่า ขนาดไหน มากเท่าไรตอบไม่ได้นี่ซิ

ก็......ก็ไม่แน่ใจหรอกครับสึจัง............ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

อ้าว??เป็นงั้นไป.....ถ้าอย่างนั้นน่ะ ก่อนที่จะไปเข้าใจคนอื่น ยูจังก็ต้องเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อนนะ ลองถามตัวเองดูดี ๆ สำรวจใจตัวเองหน่อย บางทีสิ่งที่ยูจังอยากรู้อาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของคนอื่น แต่อาจเป็นตัวเองก็ได้สึบาสะบอกออกมายิ้ม ๆ

จะต้องไปถามตัวเองทำไมครับสึจัง อย่างไอ้ยูน่ะ มันชอบไอ้เด็กแก่แดด จอมจุ้นเอาแต่ใจนั่นอยู่แล้วล่ะ ผมเห็นอยู่ด้วยกันทีไรนะ สวีทมากว่าตอนสึจังอยู่กับพี่กี้อีกอ้ะ..อ๊ะ!!!~ เจ็บนะสึจัง!!!~จินเถียงออกมาได้ทันใจ จนโดนสึบาสะผางเข้าให้อีกที

นายน่ะพูดมากจังนะวันนี้ มานี่มา ไปช่วยกันทำงานตรงโน้นเลยลากเอาคนพูดมากปากดีให้ตามออกไปแต่โดยดี

ยูอิจิน่ะมองตามแล้วก็หัวเราะ เป็นอย่างนี้ทุกทีซิน่า แต่ว่านะ คำพูดที่จินพูดออกมาดันสะกิดใจจัง ๆ นี่ซิ ชอบเหรอ??ไม่เถียงหรอก ยอมรับว่าเวลาที่ได้ดูแล เอาใจใส่แม้อีกคนจะงอแงเอาแต่ใจแค่ไหน ก็มองเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วก็น่าเอ็นดูอยู่เสมอ......แต่จะมากกว่านี้หรือเปล่านะ รู้สึกอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า??........แล้วถ้าคำตอบของหัวใจมันตอบออกมาว่ามากกว่า แล้วอีกคนล่ะ คนที่อยู่ ๆ ก็ทำห่างเหินคนนั้น จะรู้สึกยังไงถ้าได้รับรู้...........แค่คิดก็เพิ่มเรื่องให้ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอีกเรื่องแล้ว

/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/

เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ยูอิจิขับรถมารับคาซึยะ แต่ว่าวันนี้ทันทีที่จอดรถ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ดับเครื่องด้วยซ้ำที่เขาได้เห็นสีหน้าที่ตกใจ ร้อนรนของเพื่อนสนิทคาซึยะ......ยามะพีวิ่งเข้ามาใกล้พร้อมตะโกนเรียกชื่อเค้าซะดังลั่น

นากามารุซังครับ!!!~ เร็ว ๆ ครับ ทางนี้ ๆ!!!~แถมยังตรงเข้ามาฉุดแขนเขาเสียด้วย ยูอิจิยอมวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันใจคนลากข้างหน้าเลย

คาเมะครับ!!!~.......คาเมะ แย่แน่ ๆ!!!~แค่คำเรียกชื่อ แค่นั้นก็ทำให้ขายาว ๆ รีบเร่งฝีเท้าตัวเองขึ้นมาทันที ตอนนี้แทบจะวิ่งนำหน้าเสียด้วย แต่ว่าไม่รู้ทางไป อยู่ที่ไหน??ตรงไหน ตอนนี้รู้สึกแต่ร้อนรน ห่วงใย หวาดหวั่นสารพัด ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย......อย่าเป็นอะไรไปนะคาซึยะ

เลี้ยวข้างหน้าครับนากามารุซังคนนำดูเหมือนจะหมดแรง ย่อตัวลงกุมเข่าหอบหายใจสะท้าน ตอนนี้ถึงยูอิจิจะเป็นห่วงเป็นใยคนตรงหน้าขนาดไหน แต่ความสำคัญของคนที่กำลังรอเค้าอยู่ล่ะ?? จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?

ไปเถอะครับ ผมกลัวคาเมะจะเป็นอะไรไป ไม่ต้องห่วงผมหรอกยังฟังคำพูดนั้นไม่จบประโยคด้วยซ้ำที่ขาแข็งแรงเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง รวดเร็วแต่กลับรู้สึกว่าไม่ทันใจของตัวเอง ไกลรู้สึกว่ามันไกล

คาซึยะ!!!~ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจร้อนรุมขึ้นมาอัตโนมัติ เจ้าตัวเล็กคนที่เขาบอกตัวเองว่าเป็นน้องชายที่น่ารักกำลังถูกทำร้ายจากเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน แม้จะพยายามปกป้องตัวเองแค่ไหน แต่กำลังที่มีน้อยกว่า แถมยังตัวคนเดียวแบบนั้น เข้าใจง่าย ๆ คือกำลังโดนยำอยู่ฝ่ายเดียวนั่นแหละ

ตรงปรี่เข้าไปกระชากเอาเด็กหนุ่มเหล่านั้นออกมา พร้อมกับตวาดเสียงหนักแถมยังทั้งปัดแล้วก็ต่อยออกไปเสียหลายหมัด กว่าจะเข้าไปถึงตัวคาซึยะได้ จนกอบกุมโอบอุ้มเอาไว้ในอกแล้วนั่นแหละที่บรรดานักเลงในคราบนักเรียนเหล่านั้น พากันวิ่งหายไปทีละคน.....อาจจะเป็นเพราะเสียงของยามะพีที่ตามมาจากด้านหลังด้วยก็ได้ที่พวกมันพากันแตกตื่นแล้วก็วิ่งหนี

คาซึยะ!!!~ คาซึยะ!!!~ยูอิจิพร่ำเรียกร่างเล็กที่อยู่ในอก โลมลูบเบา ๆ ที่หน้าขาวเนียนที่ตอนนี้บวมช้ำ หยดเลือดที่ไหลซิบตรงขอบริมฝีปาก สีม่วงช้ำที่ทาทาบบนแก้มขาว แค่เห็นเท่านี้ก็แทบจะทนไม่ได้ เป็นห่วงมากมาย ไม่อยากให้เจ็บปวดแบบนี้

ผมไม่เป็นไรหรอกมารุ ไม่เป็นไรแม้จะแหบพร่า แต่ก็พยายามกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดจนได้ ไอแหบแห้งออกมาสองครั้งติด ๆ เจ็บแปลบไปทั่วทั้งกาย ปวดปร่าไปหมดแต่รอยยิ้มจากปากอิ่มสวยก็ยังมีให้

ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ มารุ อย่ากอดผมแน่น ผมเจ็บโอดครวญออกมาเป็นเชิงล้อเล่น แม้จะอุ่น แม้จะอ่อนโยนมากเพียงใด........อ้อมกอดของคน ๆ นี้ที่ต้องการมาตลอด แต่ว่ากี่ครั้งแล้วที่ก็แค่กอดแน่น ๆ จากพี่ชายที่แสนดี.......ไม่เป็นไร ไม่ต้องดีกว่า อย่าโอบ อย่ากอด อย่าปลอบประโลมเลย มันเจ็บปวด......เจ็บหัวใจมากมายนัก............คำพูดโอดครวญล้อเล่นนี่แต่นั่นก็ทำให้อ้อมแขนคลายลง ยอมที่จะแค่โอบรั้งเอาไว้เฉย ๆ มือหนาลูบไล้ไปบนใบหน้าสำรวจตรวจตราก่อนพูดย้ำถามออกมาให้แน่ใจ

ไม่เป็นไรจริงนะ คาซึยะ พี่เป็นห่วงนะรู้มั้ย?!!!~

คาเมะ เป็นไรมากมั้ยเสียงโวยดังเข้ามาถามเสียใกล้ ยามะพีย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้าง ๆ มองทั่วตัวเพื่อนรักแล้วค่อยถอนหายใจ ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว

อย่าเพิ่งโวยน่าพี เราไม่เป็นไรจริง ๆ แค่เจ็บที่หน้านี่นิดหน่อยเท่านั้นก็ถึงแม้จะเจ็บแต่ก็เอ่ยปลอบ ไม่อยากให้ห่วง

ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไอ้บ้าพวกนั้น!!!~ พวกยัยอุมิใช่มั้ย หนอย!!!~พอคาเมะไม่สนใจหน่อยก็ดันเอานักเลงมารุม ทุเรศเป็นบ้า!!!~.นากามารุซังนี่ครับยามะพีบ่นออกมา มือสวยส่งผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ เมื่อเห็นว่ายูอิจิพยายามจะซับรอยเลือดนั้นออกด้วยชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเอง

หืม??หน้าตาที่แปลกใจของยูอิจิ ทำให้คาซึยะต้องสะกิดห้ามเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนว่