จัดมาให้แบบเต็ม ๆ ล่ะนะ อ่านซ๊ะ
ลืมชื่ออีกตามเคย แฮ่ะ ๆ ช้าไปหน่อย แต่ก็ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะฝนนะ
คาเมะนาชิ คาซึยะ
ถ้าผมจะมีคนรักก็ต้องเป็นคุณเท่านั้นครับ
ที่ผมเอาแต่ใจ ก็เพราะเป็นคุณอีกเหมือนกัน
และที่ผมจะรักตลอดไป ก็คือคุณ....นากามารุ ยูอิจิ
ขายาว ๆ ที่กำลังจะก้าวออกจากห้องชะงักเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเรียกรั้งเอาไว้ของบรรดาผองเพื่อนที่ยังนั่งกันให้เกลื่อนห้อง
จะกลับแล้วเหรอวะ ยูอิจิ ไม่อยู่ด้วยกันก่อนเล่า??จินเอ่ยถามขึ้น พร้อม ๆ กับเพื่อนอีกหลาย ๆ คนที่พากันส่งเสียงช่วยรั้งเอาไว้อีกแรง
อืม กลับล่ะ ดึกแล้วนี่ยูอิจิตอบกลับไป ขณะที่ใส่รองเท้า จินเดินเข้ามาใกล้ก่อนนั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ
ดึก???เพิ่ง 2 ทุ่ม นายบอกว่าดึก ชั้นว่าจะนายต้องไปรับเจ้าเด็กแก่แดดคนนั้นมากกว่าใช่มะ??ถามจริงเหอะไม่เห็นจะต้องไปห่วงมากมายเลยนะ โต ๆ กันแล้ว แถมเป็นเด็กผู้ชายอีกด้วย จะต้องกังวลคอยไปโอ๋อะไรมากขนาดนั้นวะ??
ไม่ได้โอ๋ซะหน่อย ไม่ได้เอาใจด้วย ชั้นเต็มใจทำนะ อีกอย่าง คาซึยะ ก็เหมือนน้องชายชั้น เรื่องแค่นี้สบายมากยูอิจิบอกออกมายิ้ม ๆ พร้อมกับลุกขึ้นเมื่อใส่รองเท้าเสร็จเรียบร้อย
ไปก่อนนะ เจอกันยูอิจิโบกมือให้ ก่อนหันกลับมาเปิดประตู แต่ว่าก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าเป็นใครที่ยืนอยู่
คาซึยะยูอิจิร้องเรียกเบา ๆ เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่นั้นคือใคร เด็กหนุ่มหน้าใส ผมยาวประบ่า ยืนถือกระเป๋าสะพายไขว้ไปข้างหลังอยู่ตรงนั้น มือล้วงกระเป๋าเอาไว้เสียข้าง ยิ้มเยือนให้ยูอิจิเหมือนเดิม แต่กลับทำท่าทางกวน ๆ แถมยังส่งสายท้าทายหาเรื่องมาให้จิน ที่ยืนอยู่ข้างหลังเสียด้วย
ผมเห็นว่ามารุยังไม่ไปที่สอนพิเศษก็เลยมาหาที่นี่..........จะกลับหรือยังครับ??คำบอกเล่านั้นทำให้ยูอิจิขมวดคิ้ว เป็นจริงอย่างที่พูดออกมาอย่างนั้นเหรอ แต่ว่าก็ยังไม่อยากไต่ถามอะไร.......ส่วนคาซึยะแม้แต่ขณะที่พูดกับยูอิจิ สายตาก็ยังไม่วายหาเรื่องคนที่ยืนข้างหลัง
อืม กำลังจะไปรับ วันนี้พี่สายเหรอเนี่ย??ไม่นี่ยูอิจิ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาเพื่อความแน่ใจ มันเพิ่งจะได้เวลาเลิกเองนะ
อาจารย์เค้าไม่สบาย ผมก็เลยเรียนแค่วิชาเดียวคาซึยะตอบ.....ขาก้าวเข้ามาใกล้ ๆ เจตนาเดินเข้ามาขวาง.....แถมยังเอามือที่ว่าง มาคล้องแขนยูอิจิเอาไว้เสียด้วย
ผมอยากกลับบ้านแล้วครับส่งเสียงบอกออกไป แถมยังทำหน้าออดอ้อนอยากกลับเสียเต็มประดา ยูอิจิยิ้มให้อ่อนโยนแล้วค่อยหันมาหาจินอีกครั้ง ก่อนเอ่ยลาเบา ๆ
ไปนะจิน เจอกันก้าวออกมาพร้อม ๆ กันจากตรงนั้น เกือบจะพ้นประตูอยู่แล้วที่จินเหลือบเห็นสายตาเจ้าเด็กนั่น เหมือนจะบอกว่าเอาชนะเค้าได้ ไม่ว่ายังไงยูอิจิก็ต้องเลือกชั้น
พ้นจากที่ตรงนั้นมาได้ไม่เท่าไร คาซึยะก็ปล่อยแขนที่ตัวเองเป็นคนเอื้อมเข้าไปกอดเอาไว้ออก เดินเอามือล้วงกระเป๋านำหน้าไปเฉย ๆ แถมยังเงียบเสียจนคนที่เดินมาด้วยเริ่มแปลกใจ วันนี้แปลกไปนะ
มารุน่ะ เต็มใจไปรับผมหรือเปล่า?หลังจากเงียบไปนาน ตลอดเวลาที่อยู่ในรถ.....เจ้าตัวดีก็ถามคำถามขึ้นมายูอิจิเลิกคิ้วสูง........แปลก...วันนี้ถามแปลก ๆ นะ
เต็มใจซิ ถามอะไรแบบนั้นล่ะคาซึยะ??หันมามองด้วยความแปลกใจ อีกคนจึงหันมามองหน้ากันตรง ๆ
ก็ถามดูน่ะครับ.....ผมแค่ถามดูเหมือนจะบอกกับตัวเอง แต่ถ้าวันไหนมารุไม่ว่าง ไม่ต้องไปรับผมก็ได้นะครับ ผมกลับเองได้...ผมโตแล้ว วันนี้ก็ยังมาหามารุที่นี่ได้เองอีกด้วยบอกออกมาเรียบ ๆ
หืม??? แปลก ๆ นะ วันนี้งอแงไม่ถูกใจอะไรมาหรือเปล่า?? อย่าคิดมากซิ พี่เต็มใจแค่ไปรับที่โรงเรียนเองนะว่าแต่แน่ใจนะว่าวันนี้อาจารย์เค้าไม่สอนจริง ๆ น่ะยีที่ผมนุ่ม ๆ นั้นเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นคนที่ถามกลับบ้าง........และคำตอบที่ได้กับท่าทางที่เห็นทำให้ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร
จริงครับอาการหลบตาไม่ยอมแม้แต่จะสบด้วย แกล้งหันเหมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเนี่ย แน่ใจนะว่าที่บอกมาเป็นความจริง.........แต่ถ้าจะไปคาดคั้นถึงตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ก็จะถึงบ้านอยู่แล้วนี่
อืมนะ.......เอาล่ะถึงบ้านแล้ว.......เดี๋ยวนะพี่จะเดินไปส่งยูอิจิจอดรถเรียบร้อยที่บ้านของตัวเอง ก่อนเดินเคียงกันไปเป็นเพื่อนยังบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านข้างกัน
คืนนี้ฝันดีล่ะ........แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะลูบเบา ๆ ลงที่ผมนุ่มนั้นอย่างเอ็นดู
ครับตอบรับออกมาเบา ๆ ยืนรอจนอีกคนเข้าบ้านตัวเองไปเรียบร้อยถึงได้ค่อยก้าวเข้าบ้านของตัวเองบ้าง ร่องรอยอุ่น ๆ ที่แปะมาเมื่อครู่ยังรู้สึกได้อยู่เลย รู้สึกดีขนาดไหนเวลาที่ทำแบบนี้.........แต่คำพูดที่ได้ยินวันนี้ทำเอาน้ำตาแทบปริ่ม ตอกย้ำจนมันเจ็บชาไปหมดแล้ว.........รู้ว่าเป็นแค่น้องชาย แต่ก็ไม่อยากเป็นแค่นั้น.......แต่จะทำไงได้ ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ซักนิดเดียว.........ผมจะยิ้มอย่างนี้ได้ไปอีกนานแค่ไหนกัน??ผมกลัวจัง กลัว..........
/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/
ยูอิจิก้าวลงจากรถตรงเวลาเช่นทุกวันที่มารับคาซึยะ วันนี้พวกเพื่อน ๆ ไม่ได้ชวนไปเฮฮาที่ไหน เลิกจากงานที่มหาวิทยาลัยก็กลับกันเลย แม้จะโดนเพื่อน ๆ แซวว่าทำตัวเป็นพ่อคนทั้งที่ยังไม่แก่แต่ยูอิจิก็ได้แต่หัวเราะเท่านั้น จะมีก็แต่จินที่มักจะพูดด้วยประโยคเดิม ๆ
ติดอยู่กับเจ้าเด็กนั่น ระวังจะไม่มีเวลาไปมองหาใครหรอก
ไม่เห็นเป็นไรนี่นะ อายุเพิ่งจะแค่นี้เอง แถมเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ๆ คาซึยะก็มีความสุขดี บรรยากาศสบาย ๆ แล้วก็อบอุ่นในใจแบบนั้นน่ะ ไม่เห็นจะต้องไปขวนขวายหาอะไรจากใครที่ไหนเลย ทุกทีที่คาซึยะเข้ามากอดแน่น ๆ แค่เท่านั้นก็รู้สึกดีสบายใจมากมายแล้ว...อยากมีน้องชายแบบนี้บ้างจังน๊า ไม่น่าเกิดเป็นลูกคนเดียวเล๊ย
สวัสดีครับนากามารุซังเสียงใส ๆ ที่ดังขึ้นทำให้ยูอิจิหันไปมอง เพื่อนที่ห้องของคาซึยะนี่นะ เดินเข้ามาหาเค้าด้วยรอยยิ้มแจ่มใสเสียด้วย
หวัดดียามะพี คาซึยะล่ะ ยังไม่ออกมาอีกเหรอ?ทักทายกลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน สายตามองหาคนที่ต้องการพบและถามหากับคนที่เดินยิ้มเข้ามาใกล้
เอ๋???..........คาเมะน่ะ ไม่ได้มานะครับวันนี้ ผมโทรไปหาแล้วเห็นคุณป้าบอกว่าไม่สบายนี่ครับยามะพีบอกออกมา แปลกใจเหมือนกันที่พี่ชายข้างบ้านอย่างนากามารุไม่รู้
หืม????เอ?ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย ถ้าไม่สบายทำไมเมื่อเช้านี้ไม่มีใครบอกล่ะ นามิเอะซังคุณแม่ของคาซึยะก็ไม่ได้มาบอกเค้านี่ว่าไม่ต้องมารับวันนี้
อย่างนั้นเหรอเนี่ย อืม ว่าแต่ยามะพีจะกลับหรือยัง พี่ไปส่งมั๊ย?ยูอิจิอาสา แต่ได้คำตอบเป็นการส่ายหน้าไปมาของอีกฝ่าย พร้อมกับนิ้วเรียวสวยที่ชี้ไปอีกด้าน มีหนุ่มหล่อหน้าตาดียืนรออยู่
ผมนัดกับเพื่อนแล้วครับ......ถ้าอย่างนั้นผมฝากเยี่ยมไข้คาเมะด้วยนะครับนากามารุซัง.ผมไปนะครับโบกมือให้ก่อนค่อยก้าว ๆ ยาว ๆ เข้าไปหาคนที่ยืนรอ เจ้าหนุ่มหน้าตาดี สูงเท่ห์ ผิวสีแทนคนนั้นยิ้มกว้างขวางทันทีที่เห็นว่าคนที่ยืนรอเดินเข้ามาใกล้........ยามะพีเดินควงแขนหายไปกับเพื่อนแล้ว แต่ยูอิจิยังยืนอยู่ที่เดิม ตรงนั้น
เป็นอะไรไปมากหรือเปล่าน๊า??
/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/
ขายาวก้าวตรงไปยังบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ทันทีที่ลงจากรถ เคาะประตูหน้าบ้านเสียสองครั้งเป็นเชิงขออนุญาตก่อนนำตัวเองเข้ามายังด้านใน..........นามิเอะซังหันมาเห็นพอดีที่เขาเดินเลยเข้ามาถึงห้องอาหาร
อ้าว มารุคุง เข้ามาก่อนจ้ะ มา เดี๋ยวน้าจัดของว่างให้ทั้งที่มือยังกุลีกุจอกับการเตรียมอาหารแท้ ๆ ยูอิจิรีบปฏิเสธทันที ไม่อยากให้ลำบาก
ผมแค่มาเยี่ยมคาซึยะครับ ไม่สบายหรือครับ?
อ๋อ คงเป็นอย่างนั้นน่ะจ้ะ เห็นเดินกลับบ้านมาหน้าหงอยเชียว บ่นว่าปวดหัวด้วยก็เลยบอกว่าไม่ต้องไปเรียนพิเศษน่ะ โทษทีนะจ๊ะที่ไม่ได้โทรบอกน่ะ น้ามัวแต่ยุ่ง ๆ มารุคุงไปรับคาซึยะมาหรือเปล่าจ๊ะเนี่ย??
ครับ แต่ไม่เป็นไรนะครับ นามิเอะซังผมขอขึ้นไปเยี่ยมคาซึยะนะครับเอ่ยขอก่อนได้คำอนุญาตตามมา ขายาว ๆ ก้าวไปตามบันไดที่ทอดตัวลงมานั้น เรื่อยไปจนถึงหน้าห้องที่มีป้ายด้านหน้าติดเอาไว้ว่า ห้องเต่า
มองเข้าไปด้านใน เห็นคนป่วยนอนเหม่ออยู่บนเตียงหวายบุนวม หันหน้าออกไปมองด้านระเบียง ไม่รับรู้ว่ามีใครเข้ามาในห้อง นามิเอะซังบอกว่าหงอย ๆ ดูท่าว่าจะไม่ใช่แค่หงอยล่ะมั๊งนะ เหงาด้วยหรือเปล่าตอนนี้
ว่าไง เป็นไข้หรือเปล่า หรือว่าปวดหัวมากกว่ายูอิจินั่งลงข้าง ๆ ลูบเบา ๆ เป็นการวัดไข้ที่หน้าผากเนียนสวยนั้น คาซึยะหันหน้ามามองแค่เพียงแวบเดียวก่อนเอนสายตาหันกลับไปสนใจมองด้านนอกต่อ
เปล่าหรอกครับ ไม่มีไข้ ผมแค่ปวดหัว
ท่าทางห่างเหินที่รู้สึกได้ ทำให้ยูอิจิต้องวางมือไว้ที่อกตัวเอง..........ทำไมมันเต้นช้าแล้วก็รู้สึกปวดปร่าแปลก ๆ
ยามะพีฝากมาเยี่ยมด้วยนะ รีบ ๆ หายล่ะคาซึยะเพื่อนจะได้ไม่เป็นห่วงแม้จะรู้สึกแปลก ๆ อย่างนั้น แต่ก็ยังพูดเรื่องสนุก ๆ ล้อเล่นออกไป........คาซึยะหันมาหาอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ยูอิจิเข้าไปช่วยประคอง แต่แขนเล็กนั้นกลับดันเอาไว้ ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ
ผมสบายดีครับ มารุ ไม่ต้องช่วยผมหรอกเดินไปนอนที่เตียงเอง ยกผ้าห่มขึ้นมาห่อเสียมิดไปหมด
ผมอยากแล้วพักครับ ผมปวดหัวบอกออกมาอย่างนั้นแล้วก็ค่อยหลับตานิ่ง ยูอิจิมองนิ่ง ย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนลูบเบา ๆ ที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง
งั้นพี่ไปนะ......พักมาก ๆ ล่ะจะได้หายไว ๆ นะเดินออกจากห้องนั้นไปเงียบ ๆ แม้จะหันมามองอีกหลายครั้งก่อนตัดสินใจก้าวออกจากห้องก็ตาม......คนที่หลับตาอยู่เมื่อครู่ ค่อยลืมขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู...คนที่บอกว่าเป็นพี่ชายก้าวออกจากห้องนี้ไปแล้ว แค่ปานไม้กางกั้น แค่นี้เอง แต่ทำไมเหมือนห่างไกลนัก ผมทำอย่างนี้ดีแล้วใช่มั๊ยครับ ดีแล้วล่ะ
/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/
ยูจัง!!!~ นี่!!!~ ยูจัง!!!~เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างตัวทำให้ยูอิจิหันมา หลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง รุ่นพี่สึบาสะยืนทำหน้างงอยู่ข้าง ๆ ก็เรียกตั้งหลายครั้งสะกิดก็หลายหน แต่ทำไมไม่รู้สึกตัวก็ไม่รู้นี่นา
ครับ!!!~ สึบาสะ หันมาสนใจกันจนได้นะ นึกว่าจะต้องเอาน้ำมาสาดเสียแล้วเนี่ย
เป็นอะไรไป เห็นนั่งนิ่งมองไปไหนตั้งนานแล้ว เหม่อเหมือนไม่ใช่ตัวเองเลยนะยูจัง มีเรื่องอะไรไม่สบายหรือเปล่า??สึบาสะถามอย่างเป็นห่วง ก่อนนั่งลงข้าง ๆ
ผมมีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยครับยูอิจิบอกออกมา สีหน้าสีตายังครุ่นคิดเหมือนเดิม
ไม่หน่อยมั๊งแบบนี้น่ะ นายทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้เลยนะ มีอะไรหรือเปล่า?สึบาสะทำหน้าไม่เชื่อ ก็ดูอาการซิน่าเชื่อที่ไหนกัน
มันกลุ้มใจเรื่องเด็กข้างบ้านน่ะ สึจัง อย่าห่วงมากนักเลยจินที่เดินมาจากไหนไม่รู้ เข้ามาบอกเสียเสียงดัง แถมยังนั่งกระแทกกระทั้นลงข้าง ๆ เสียด้วย
หืม??เด็กข้างบ้าน?ใครเหรอ?สึบาสะถามอย่างสงสัย ยูอิจิทำท่าจะห้ามไม่ให้จินพูดเพราะว่าดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องไร้สาระที่สึบาสะไม่น่าจะต้องมาสนใจแท้ ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะห้ามไม่ได้เสียแล้ว
ก็เจ้าเด็กจอมจองหอง ตาตี่แต่ยียวนชอบหาเรื่องน่ะซิ สงสัยจะทะเลาะกันมาหรือไงก็ไม่รู้ เห็นนั่งเป็นบื้อมาสองวันแล้ว ผมว่านะ สึจังลองสั่งสอนเจ้านี่หน่อยก็ดี จะสนใจอะไรนักหนากับเด็กคนเดียวจนพูดออกมาเสียมากมาย สึบาสะฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สนใจคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นี่มากกว่า
ดูท่ายูจังจะสนใจเจ้าหนูคนนี้มากนี่นะ กลุ้มใจเรื่องอะไรบอกกันมาก็ได้นะ เผื่อจะช่วยได้น่ะสึบาสะอาสา
ไม่มีอะไรมากหรอกครับสึจึง ผมก็แค่ไม่เข้าใจอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง เพราะว่าคาซึยะดูแปลกไปจากแต่ก่อน.......ผมมานั่งหาเหตุผลแต่ว่ามันก็หาไม่เจอ ก็เท่านั้นแหละครับยูอิจิบอกออกมา
ไม่ใช่แค่เท่านั้นล่ะมั๊งยูจัง ถ้าเค้าไม่สำคัญกับจิตใจเรามากขนาดนั้น ทำไมต้องมานั่งทำหน้าแบบนี้ด้วย ว่าแต่ไม่เข้าใจอะไรน่ะ.....ลองเล่ามาก็ได้นะ
ก็........คาซึยะทำท่าทางห่างเหินจากผมนี่ครับ ปกติติดผมจะแย่ มีอะไรก็ผมตลอด
ถามจริง!!!~ ไอ้เด็กนั่นน่ะนะ ไม่สนใจนาย บ้าหรือเปล่ามารุ!!!~ เด็กนั่นน่ะหวงนายยังกะอะไรดี เจอหน้าชั้นทีไร ก็ดีแต่จะแง่ง ๆ ใส่ กัดได้คงกัดไปแล้วล่ะ เวลาชั้นรั้งนายเอาไว้ไม่ให้กลับบ้านน่ะอุย!!!~ ตีผมทำไมเนี่ยสึจังจินเถียงออกมาทันที จนสึบาสะตกใจหันมาตีผั้วะเข้าให้
ก็นายน่ะ เสียงดัง ชั้นฟังยูจังเค้าอยู่นะ โพล่งออกมาได้สึบาสะบ่นออกมา จินเลยหุบปากเงียบกริบคราวนี้
เรื่องเด็กคนนั้นที่จินบอกมา ยูจังน่ะให้ความสำคัญกับเค้ามากขนาดไหนล่ะ?สึบาสะถาม ถ้าเป็นแค่น้องชายข้างบ้านก็ไม่น่าจะมานั่งกลุ้มคิดไม่ตกแบบนี้นี่นะ
...................................สำคัญนะ คาซึยะน่ะสำคัญมาก แต่ว่า ขนาดไหน มากเท่าไรตอบไม่ได้นี่ซิ
ก็......ก็ไม่แน่ใจหรอกครับสึจัง............ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
อ้าว??เป็นงั้นไป.....ถ้าอย่างนั้นน่ะ ก่อนที่จะไปเข้าใจคนอื่น ยูจังก็ต้องเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อนนะ ลองถามตัวเองดูดี ๆ สำรวจใจตัวเองหน่อย บางทีสิ่งที่ยูจังอยากรู้อาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของคนอื่น แต่อาจเป็นตัวเองก็ได้สึบาสะบอกออกมายิ้ม ๆ
จะต้องไปถามตัวเองทำไมครับสึจัง อย่างไอ้ยูน่ะ มันชอบไอ้เด็กแก่แดด จอมจุ้นเอาแต่ใจนั่นอยู่แล้วล่ะ ผมเห็นอยู่ด้วยกันทีไรนะ สวีทมากว่าตอนสึจังอยู่กับพี่กี้อีกอ้ะ..อ๊ะ!!!~ เจ็บนะสึจัง!!!~จินเถียงออกมาได้ทันใจ จนโดนสึบาสะผางเข้าให้อีกที
นายน่ะพูดมากจังนะวันนี้ มานี่มา ไปช่วยกันทำงานตรงโน้นเลยลากเอาคนพูดมากปากดีให้ตามออกไปแต่โดยดี
ยูอิจิน่ะมองตามแล้วก็หัวเราะ เป็นอย่างนี้ทุกทีซิน่า แต่ว่านะ คำพูดที่จินพูดออกมาดันสะกิดใจจัง ๆ นี่ซิ ชอบเหรอ??ไม่เถียงหรอก ยอมรับว่าเวลาที่ได้ดูแล เอาใจใส่แม้อีกคนจะงอแงเอาแต่ใจแค่ไหน ก็มองเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วก็น่าเอ็นดูอยู่เสมอ......แต่จะมากกว่านี้หรือเปล่านะ รู้สึกอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า??........แล้วถ้าคำตอบของหัวใจมันตอบออกมาว่ามากกว่า แล้วอีกคนล่ะ คนที่อยู่ ๆ ก็ทำห่างเหินคนนั้น จะรู้สึกยังไงถ้าได้รับรู้...........แค่คิดก็เพิ่มเรื่องให้ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอีกเรื่องแล้ว
/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/
เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ยูอิจิขับรถมารับคาซึยะ แต่ว่าวันนี้ทันทีที่จอดรถ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ดับเครื่องด้วยซ้ำที่เขาได้เห็นสีหน้าที่ตกใจ ร้อนรนของเพื่อนสนิทคาซึยะ......ยามะพีวิ่งเข้ามาใกล้พร้อมตะโกนเรียกชื่อเค้าซะดังลั่น
นากามารุซังครับ!!!~ เร็ว ๆ ครับ ทางนี้ ๆ!!!~แถมยังตรงเข้ามาฉุดแขนเขาเสียด้วย ยูอิจิยอมวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันใจคนลากข้างหน้าเลย
คาเมะครับ!!!~.......คาเมะ แย่แน่ ๆ!!!~แค่คำเรียกชื่อ แค่นั้นก็ทำให้ขายาว ๆ รีบเร่งฝีเท้าตัวเองขึ้นมาทันที ตอนนี้แทบจะวิ่งนำหน้าเสียด้วย แต่ว่าไม่รู้ทางไป อยู่ที่ไหน??ตรงไหน ตอนนี้รู้สึกแต่ร้อนรน ห่วงใย หวาดหวั่นสารพัด ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย......อย่าเป็นอะไรไปนะคาซึยะ
เลี้ยวข้างหน้าครับนากามารุซังคนนำดูเหมือนจะหมดแรง ย่อตัวลงกุมเข่าหอบหายใจสะท้าน ตอนนี้ถึงยูอิจิจะเป็นห่วงเป็นใยคนตรงหน้าขนาดไหน แต่ความสำคัญของคนที่กำลังรอเค้าอยู่ล่ะ?? จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?
ไปเถอะครับ ผมกลัวคาเมะจะเป็นอะไรไป ไม่ต้องห่วงผมหรอกยังฟังคำพูดนั้นไม่จบประโยคด้วยซ้ำที่ขาแข็งแรงเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง รวดเร็วแต่กลับรู้สึกว่าไม่ทันใจของตัวเอง ไกลรู้สึกว่ามันไกล
คาซึยะ!!!~ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจร้อนรุมขึ้นมาอัตโนมัติ เจ้าตัวเล็กคนที่เขาบอกตัวเองว่าเป็นน้องชายที่น่ารักกำลังถูกทำร้ายจากเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน แม้จะพยายามปกป้องตัวเองแค่ไหน แต่กำลังที่มีน้อยกว่า แถมยังตัวคนเดียวแบบนั้น เข้าใจง่าย ๆ คือกำลังโดนยำอยู่ฝ่ายเดียวนั่นแหละ
ตรงปรี่เข้าไปกระชากเอาเด็กหนุ่มเหล่านั้นออกมา พร้อมกับตวาดเสียงหนักแถมยังทั้งปัดแล้วก็ต่อยออกไปเสียหลายหมัด กว่าจะเข้าไปถึงตัวคาซึยะได้ จนกอบกุมโอบอุ้มเอาไว้ในอกแล้วนั่นแหละที่บรรดานักเลงในคราบนักเรียนเหล่านั้น พากันวิ่งหายไปทีละคน.....อาจจะเป็นเพราะเสียงของยามะพีที่ตามมาจากด้านหลังด้วยก็ได้ที่พวกมันพากันแตกตื่นแล้วก็วิ่งหนี
คาซึยะ!!!~ คาซึยะ!!!~ยูอิจิพร่ำเรียกร่างเล็กที่อยู่ในอก โลมลูบเบา ๆ ที่หน้าขาวเนียนที่ตอนนี้บวมช้ำ หยดเลือดที่ไหลซิบตรงขอบริมฝีปาก สีม่วงช้ำที่ทาทาบบนแก้มขาว แค่เห็นเท่านี้ก็แทบจะทนไม่ได้ เป็นห่วงมากมาย ไม่อยากให้เจ็บปวดแบบนี้
ผมไม่เป็นไรหรอกมารุ ไม่เป็นไรแม้จะแหบพร่า แต่ก็พยายามกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดจนได้ ไอแหบแห้งออกมาสองครั้งติด ๆ เจ็บแปลบไปทั่วทั้งกาย ปวดปร่าไปหมดแต่รอยยิ้มจากปากอิ่มสวยก็ยังมีให้
ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ มารุ อย่ากอดผมแน่น ผมเจ็บโอดครวญออกมาเป็นเชิงล้อเล่น แม้จะอุ่น แม้จะอ่อนโยนมากเพียงใด........อ้อมกอดของคน ๆ นี้ที่ต้องการมาตลอด แต่ว่ากี่ครั้งแล้วที่ก็แค่กอดแน่น ๆ จากพี่ชายที่แสนดี.......ไม่เป็นไร ไม่ต้องดีกว่า อย่าโอบ อย่ากอด อย่าปลอบประโลมเลย มันเจ็บปวด......เจ็บหัวใจมากมายนัก............คำพูดโอดครวญล้อเล่นนี่แต่นั่นก็ทำให้อ้อมแขนคลายลง ยอมที่จะแค่โอบรั้งเอาไว้เฉย ๆ มือหนาลูบไล้ไปบนใบหน้าสำรวจตรวจตราก่อนพูดย้ำถามออกมาให้แน่ใจ
ไม่เป็นไรจริงนะ คาซึยะ พี่เป็นห่วงนะรู้มั้ย?!!!~
คาเมะ เป็นไรมากมั้ยเสียงโวยดังเข้ามาถามเสียใกล้ ยามะพีย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้าง ๆ มองทั่วตัวเพื่อนรักแล้วค่อยถอนหายใจ ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว
อย่าเพิ่งโวยน่าพี เราไม่เป็นไรจริง ๆ แค่เจ็บที่หน้านี่นิดหน่อยเท่านั้นก็ถึงแม้จะเจ็บแต่ก็เอ่ยปลอบ ไม่อยากให้ห่วง
ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไอ้บ้าพวกนั้น!!!~ พวกยัยอุมิใช่มั้ย หนอย!!!~พอคาเมะไม่สนใจหน่อยก็ดันเอานักเลงมารุม ทุเรศเป็นบ้า!!!~.นากามารุซังนี่ครับยามะพีบ่นออกมา มือสวยส่งผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ เมื่อเห็นว่ายูอิจิพยายามจะซับรอยเลือดนั้นออกด้วยชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเอง
หืม??หน้าตาที่แปลกใจของยูอิจิ ทำให้คาซึยะต้องสะกิดห้ามเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน
คอยดูนะ!!!~ พรุ่งนี้จะไปบอกโมโคะจังให้หาพวกมาจัดการยัยนั่นคืนมั่ง คนอะไร เค้าไม่สนตัวดันทำแบบนี้ อ้ะ!!!~..............เพราะโดนสะกิดหลายครั้งจึงทำให้ปากอูมสีชมพูนั้นหยุด และสงบคำพูดลง ยูอิจิมองคนในอ้อมแขนแล้วก็ถอนหายใจ ไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลยน๊า
ลุกไหวหรือเปล่า พี่อุ้มมั้ย?ถามอย่างเป็นห่วง แต่คาซึยะกลับปฏิเสธ บอกว่าตัวเองไหว ยามะพีเข้ามาช่วยประคองอีกด้านหนึ่งด้วย ค่อยพากันกลับไปที่รถ
นี่คาเมะ พรุ่งนี้ไม่ต้องมาก็ได้นะ......เราจะจดเลกเชอร์ไว้ให้ พักผ่อนมาก ๆ ล่ะเพิ่งหายไข้มาด้วย ดูซิตัวยังรุม ๆ อยู่เลยยามะพีบอกเมื่อพาคาซึยะมานั่งอยู่บนรถของยูอิจิเรียบร้อยแล้ว
ขอบใจมากนะบอกออกมาเบา ๆ ก่อนหลับตาลง ยูอิจิลูบทีผมนุ่มนั้นเบา ๆ ก่อนสตาร์ทเครื่องและออกรถ ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่สภาพที่เห็นก็ทำให้อดห่วงไม่ได้ ห้ามไม่ให้ห่วงใยไม่ได้
ไม่มีอะไรจะบอกพี่นะ คาซึยะยูอิจิถามเมื่อขับรถมาได้ซักครู่ แต่คำตอบคือความเงียบคาซึยะนอนหลับตานิ่งตลอดทางที่กลับบ้าน
/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือว่าโชคร้ายที่พอกลับมาถึงบ้านดันไม่มีใครอยู่ นามิเอะซังคงจะออกไปจ่ายกับข้าวข้างนอก ในขณะที่คุณพ่อบ้านยังไม่ถึงเวลากลับ ยูอิจิแทบจะอุ้มคาซึยะทีเดียวถ้าเจ้าตัวไม่รั้งแล้วก็ขัดขืนไว้ล่ะก็
ผมไม่เป็นไรจริง ๆ ครับมารุแม้ปากปฏิเสธแต่ร่างกายรองรับเอาไว้ไม่ไหว ขาสั่นแทบทรุดหมดเรี่ยวแรง และยูอิจิก็ไม่คิดจะฟังคำคัดค้านทัดทานใด ๆ ในตอนนี้รวบร่างเล็กนั้นและอุ้มเอาไว้จนได้
พี่รู้ว่าเราไม่เป็นไร แต่พี่เป็นห่วง อย่าฝืนอยู่เฉย ๆ เถอะพี่จะพาไปพักที่ห้องขายาวก้าวไปยังบันได โอบอุ้มร่างบางเล็กเอาไว้อย่างไม่รู้สึกว่าหนักแม้เพียงนิด
ค่อยวางร่างเล็ก ๆ นั้นลงยังที่นอนอุ่นนุ่มอย่างเบามือที่สุด ขยับมือช่วยถอดเสื้อตัวนอกให้
นอนอยู่นี่นะ พี่จะไปหาผ้ามาเช็ดหน้าตา แล้วก็ทำแผลให้บอกให้รับรู้ก่อนที่ขายาว ๆ จะก้าวออกจากห้องไป.......คาซึยะมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป ทุกฝีเก้าทุกการกระทำ จำได้เพราะว่ามันจรดลึกซึ้งอยู่ในหัวใจนี่
ไม่นานนักที่ยูอิจิกลับเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำใบเล็ก ผ้าเช็ดหน้า และกล่องยาใส่แผล ร่างสูงนั่งลงข้าง ๆ ค่อยหยิบบิดผ้าในน้ำอุ่นหมาด ๆ ก่อนโลมลูบเบา ๆ บนผิวนุ่มที่ตอนนี้บวมช้ำ ค่อยถนุถนอม........เอื้อเฟื้อและอบอุ่นเสียจนคนนั่งนิ่ง ๆ นั้นอุ่นลึก
เจ็บมากหรือเปล่า??ตรงนี้น่ะยูอิจิถามขึ้น
ไม่ครับคำตอบเบา ๆ นั้นกลับมาให้ได้ยิน ยูอิจิลูบบนใบหน้า ละเรื่อยไปตามแนวไรผม จนถึงหน้าผากเนียน แตะเบา ๆ เมื่อรู้สึกว่าอุ่น อุ่นเกินไปหรือเปล่า?
ไข้กลับหรือเปล่าน่ะเรา ทานยากันไว้ซะหน่อยดีกว่านะหยิบเม็ดยาขึ้นจากกล่องปฐมพยาบาลนั้นยื่นส่งให้ ภาพเก่า ๆ หลายครั้งที่เห็นจนชินตา คือคาซึยะจะทำหน้าเบ้ ปากยื่นแล้วก็งอแงเป็นที่สุดเมื่อโดนบังคับให้กินเจ้ายาเม็ดเล็กแต่ขมนั่น แต่ทำไมวันนี้ยอมที่จะหยิบขึ้นง่าย ๆ ใส่ปากกลืนเงียบ ๆ
ดื่มน้ำนี่แล้วพักซะนะ พี่จะนั่งอยู่ข้าง ๆ นี่เป็นเพื่อนยูอิจิบอก คอยจับทุกอาริยาบทของคนตรงหน้าไม่คลาดสายตา คาซึยะผงกศีรษะรับฟังก่อนเอนตัวลงช้า ๆ โดนมีมือหนา ๆ คอยรองรับเอาไว้ตลอดเวลา
ค่อยหลับตาลง ผ่อนลมหายใจตัวเองออกยาว ๆ บางสิ่งที่มันอัดล้นมาปริ่มปลายอยู่ที่ลำคอ ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ได้รับเสมอ ๆ แบบนี้น่ะซิที่ทำให้คิดไปถึงไหนต่อไหน จนคิดเข้าข้างตัวเองสารพัด แต่จนแล้วจนรอดมันก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกเพียงข้างเดียวเท่านั้น ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
คาซึยะ หลับหรือยัง?ยูอิจิเรียกเบา ๆ ขณะที่มือหนาค่อยโลมลูบเบา ๆ ที่ศีรษะไปเรื่อย ๆ ทำเหมือนกับทุกครั้งที่คน ๆ นี้ร้องขอเวลาอยากนอนหลับให้สนิท ต้องอยู่เป็นเพื่อน ต้องลูบหัวเบา ๆ แล้วก็ต้องคอยถามจนกว่าจะหลับไป
มารุครับคนที่ยูอิจิถามว่าหลับหรือยัง กลับลืมตาแป๋วขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าตัวยกมือตัวเองจับมือยูอิจิออกจากศีรษะตัวเอง เอามากุมเอาไว้บนอก
ขอบคุณที่ดีกับผมนะครับ....แค่คำพูดเท่านี้ก็เรียกรอยยิ้มอ่อนโยนของยูอิจิได้แล้ว แต่ไม่ต้องแล้วนะครับ.....ไม่ต้องดีกับผมแล้วแต่ประโยคท้ายนี่ซิที่ทำเอาหัวใจกระตุก มันหล่นวูบเหมือนตกจากที่สูง เบาหวิวไร้น้ำหนัก หนาวเยือกขึ้นมาทันที
เป็นอะไรไปคาซึยะ ทำไมพูดแบบนี้........เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า???แทบไม่แน่ใจว่าเสียงที่ถามออกไปมันแหบปร่าขนาดไหน
มารุครับ.........ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมน่ะ.....ผม....ผมกำลังมีความรัก ผมไม่อยากให้มารุต้องมากังวลใจ
อะไรกัน อะไร??คาซึยะ ทำไมล่ะ ทำไมถึงพูดแบบนี้ มีความรัก กับใคร ?? ทำไมถึงได้พูดแบบนี้
ความรู้สึกของผม..........ในวันต่อ ๆ ไปผมไม่อยากเจ็บปวด ไม่อยากต้องนอนร้องไห้ เพราะฉะนั้นมารุอย่ามาดีกับผมเลยนะครับ
เค้าบอกมาอย่างนั้นเหรอ??ยูอิจิถามออกมาเสียงเบา
ครับ????..........เค้า???........คาซึยะทำหน้าแปลกใจขึ้นมา........จนยูอิจิต้องกัดปากตัวเอง กลั่นกรองคำพูดถามออกมาอีกครั้งพร้อมกับอธิบายให้เข้าใจ
คนรักของคาซึยะ เค้าไม่ชอบให้ใครมายุ่งหรือ ถึงได้มาพูดกับพี่แบบนี้ บอกให้พี่อย่ายุ่งแบบนี้
ห้ะ???.........คนรัก??
เอาล่ะพี่เข้าใจ.........พี่เข้าใจแล้ว ต่อไปนี้พี่จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับคาซึยะอีก แต่ว่าถ้าจะห้ามไม่ให้พี่เป็นห่วงคงไม่ได้ เพราะว่าความรู้สึกของพี่ตอนนี้มันชัดเจนขึ้นมาแล้ว แจ่มชัดจนพี่............บอกออกไปดีหรือเปล่า??นากามารุ นายจะบอกออกไปเพื่อให้คนที่นอนอยู่ลำบากใจหรือเปล่า?
พี่สัญญาว่าต่อไปจะไม่เข้ามายุ่งอีก แต่ว่าวันนี้ ช่วยฟังพี่หน่อยได้มั๊ย??จับมือนุ่ม ๆ นั้นเอาไว้ แถมยังยกขึ้นมาแนบหัวใจตัวเอง หัวใจที่แตกสลายทั้งที่ยังไม่ทันได้บอก
พี่รักคาซึยะ.......รัก แบบที่ผู้ชายคนนึงจะมีให้ได้ พี่อยากเป็นคนเดียวที่คาซึยะซบลงที่บ่า อยากกอดคาซึยะเอาไว้แน่น ๆ แนบอก........พี่คงจะหลอกตัวเองมาตลอดว่าคาซึยะเป็นแค่น้องชาย แต่จริง ๆ มันไม่ใช่.......ความรู้สึกของพี่มันคงจะสายไป......แต่พี่แค่อยากบอกให้รับรู้เอาไว้ เพราะว่าพี่ไม่อยากเสียใจเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีก ไม่อยากรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาของเราแบบนี้........ค่อยกลืนก้อนบางอย่างลงคอไปอย่างยากเย็น มือที่เคยอุ่นกลับเย็นเยียบ
แค่รับรู้เอาไว้ก็พอ นะคาซึยะ พี่น่ะ จะคอยเป็นกำลังใจให้ความรักของคาซึยะมีแต่ความสุขหืม??.........ร้องไห้ทำไมคนดี อย่าร้องไห้.......
รอยน้ำตาไหลรินเรื่อยจากดวงตาสวย เสียงสะอื้นเบา ๆ นั้นรุนแรงขึ้นเป็นลำดับเมื่อยูอิจิพูดจบ คาซึยะร่ำไห้ออกมาเสียงดังสะอึกสะอื้นเสียจนยูอิจิทำอะไรไม่ถูก.......มือหนา ๆ กับแขนยาว ๆ นั้นค่อย ๆ วาดโอบล้อมรอบกายเล็กรั้งเข้ามาจนแนบอกอุ่น กอดเบา ๆ พร้อมกับโยกตัวไปมา คนตัวเล็กลงมากอดเกยอยู่บนคนตัวใหญ่ อกอุ่นที่นับแต่นี้จะไม่ใช้คำว่าพี่ชายอีกต่อไป
ไม่เอานะคนดี อย่าร้อง อย่าเสียใจ นะครับเหมือนพี่ชายปลอบน้องน้อยไม่มีผิด คาซึยะบอกตัวเองได้เลยว่า ณ วินาทีนี้ที่ร้องไห้ ไม่ใช่ความปวดร้าวเช่นวันก่อน ๆ ไม่ใช่ความเสียใจจนบาดลึกในหัวอกเช่นทุกวัน แต่เป็นความปลาบปลื้มยินดี อุ่นในอก....หัวใจเต้นระริกด้วยความปรีเปรมด์..........รอยยิ้มวาดขึ้นเต็มแก้มทั้ง ๆ ที่ยังร้องไห้
มารุครับ.........ผมดีใจประโยคแรกที่หลุดออกมาทำเอาพี่ชายตัวโตขมวดคิ้ว ดีใจอย่างนั้นเหรอ??
ผมรักมารุครับ...........รักมาก ความรักที่ผมมีเหมือนอย่างที่มารุบอก มีให้เท่าที่ผู้ชายคนนึงจะมีได้ ผมรักมารุ
คาซึยะ.................หูฝาดประสาทเฝื่อนไปหรือเปล่า?ถึงได้ยินประโยคนี้?.........คาซึยะบอกว่ารัก อย่างนั้นเหรอ??
มารุรู้มั๊ยครับ.....รู้มั้ยว่าผมน่ะ ถ้าจะมีคนรักล่ะก็ ไม่ว่ายังไงก็ต้องเป็นมารุเท่านั้น ผมเจ็บปวดขนาดไหนที่มารุบอกว่าผมเป็นแค่น้องชาย แต่ตอนนี้ผมดีใจครับ ผมดีใจ
คำพูดที่ออกมาจากปากทำให้ยูอิจิยิ้มแทบไม่หุบ อ้อมแขนที่กอดรัดแน่นอยู่แล้ว ยิ่งรวบรัดมากขึ้นไปอีก สวมกอดแนบแน่นให้รู้สึกถึงความรักที่อยากจะถ่ายทอดไปถึง
ที่ผมบอกว่ามีความรัก เป็นความรักที่ผมมีให้มารุนะครับ ผม............ปากนุ่มถูกปิดแนบสนิทด้วยริมฝีปากอุ่นของอีกคน...ยูอิจิแทบจะทนทานต่อความต้องการแล้วก็ความรู้สึกของตัวเองไม่ไหว แค่จูบอุ่น ๆ หวาน ๆ ซักครั้งที่ตอนนี้อยากจะมอบให้ อยากแสดงออกให้เห็นถึงความรักที่มีให้ไม่แพ้กัน
เราเป็นคนรักกันนะคาซึยะเอื้อนเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนกระทับรอยจูบหอมหวานลงไปอีกครั้ง เรียกร้อง ต้องการ โอบรัด ดึงรั้งทุกความรู้สึก ตอบแทนให้กลับคืนไปเท่ากัน
อ๊ะ!!!~..........มารุครับผมเจ็บเจ้าตัวเล็กประท้วงออกมาเมื่อบาดแผลบนริมฝีปากตัวเองมันเจ็บ..........ยูอิจิชะงักก่อนอมยิ้ม
ติดเอาไว้ก็แล้วกันคาซึยะ............ตอนนี้ขอกอดแน่น ๆ ก่อนก็แล้วกันนะครับ
นากามารุ ยูอิจิ
หากคำว่ารัก คือ ทั้งหมด คือทุกสิ่ง
วันนี้ก็มีให้คน ๆ เดียวครับ คาเมะนาชิ คาซึยะ คนรักของผม
edit @ 2005/10/23 00:25:03 edit @ 2005/10/23 00:33:05
edit @ 2005/10/23 00:41:24